การลดความเสี่ยงของผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด

 

  • ควรให้แพทย์วินิจฉัยให้ทราบแน่นอนว่าเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดชนิดใด ทั้งนี้เพราะมีวิธีการรักษาและปฏิบัติตัวแตกต่างกัน ถ้าพิการไม่มากและไม่มีอาการ อาจดำเนินชีวิตได้ตามปกติหรือใกล้เคียงปกติ นอกจากนี้ยังต้องป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อที่หัวใจจากแบคทีเรียหรือเป็นฝีในสมอง แต่อย่างไรก็ตาม โรคหัวใจพิการแต่กำเนิดบางชนิดทั้งๆ ที่เป็นมากผู้ป่วยก็อาจไม่มีอาการก็ได้ เช่น ผนังกั้นหัวใจห้องบนรั่ว
  • เนื่องจากโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดส่วนใหญ่อาจรักษาให้หายขาดได้ด้วยการผ่าตัด โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการจึงควรปรึกษาแพทย์เสียแต่เนิ่นๆ เพื่อเข้ารับการรักษาที่ถูกต้องและป้องกันไม่ให้เป็นมากจนถึงระยะสุดท้าย ซึ่งอาจรักษาด้วยการผ่าตัดไม่ได้หรือทำได้แต่มีความเสี่ยงและอันตรายสูง
  • ข้อปฏิบัติที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือการรักษาสุขภาพช่องปากและฟันให้ดี อย่าให้ฟันผุ เพราะเชื้อโรคจากฟันและช่องปากจะเข้าไปในกระแสเลือด เกิดการอักเสบติดเชื้อที่เยื่อบุหัวใจหรือลิ้นหัวใจได้ ถ้ามีฟันผุควรปรึกษาทันตแพทย์และถ้าจะทำฟันจำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะก่อนทำฟันทุกครั้ง
  • หลักในการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิดอีกอย่างคือ ควรออกกำลังกายให้พอดี ถ้ารู้สึกเหนื่อยควรหยุด โดยเฉพาะในรายที่มีความพิการมากและมีอาการเหนื่อยเร็วกว่าปกติ ในเด็กเล็กๆ ที่มีอาการหอบเหนื่อยขณะดูดนม จะทำให้ดูดนมได้น้อยไม่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต เด็กจะโตช้า แคระเกร็น เจ็บป่วยบ่อยๆ ควรให้ดูดนมที่มีแคลอรี่สูงและให้บ่อยๆ ครั้งละน้อยๆ และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ผู้ป่วยที่เป็นหวัดหรือเจ็บป่วยอื่นๆ
ขอเชิญผู้ใจบุญร่วมบริจาคเงินให้โครงการต่างๆ ของมูลนิธิเพื่อสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็ก (ดูรายละเอียด คลิ๊กที่รูปนะคะ)
ขอเชิญผู้ใจบุญร่วมบริจาคเงินให้โครงการต่างๆ ของมูลนิธิเพื่อสนับสนุนการผ่าตัดหัวใจเด็ก (ดูรายละเอียด คลิ๊กที่รูปนะคะ)